อิ่ม in Korea! พิกัดร้าŨ



เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทย รวมทั้งอาหารเกาหลีก็เช่นกัน จุดเด่นของอาหารเกาหลีจะอยู่ที่รสชาติอาหารที่เผ็ดเปรี้ยวของอาหารหรือจะเป็นอาหารจำพวกปิ้งย่างก็จะมีรสชาติที่ใกล้เคียงกับอาหารไทยและเป็นที่ถูกปากของคนไทยด้วยเช่นกัน วันนี้ premiumworldtour.info จะมาแนะนำร้านอาหารเด็ดๆ ในเกาหลีกันค่ะ ตามมาเล้ย~~~

1. ร้าน Hong Bar

ร้านอาหารเกาหลี

เป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ตั้งอยู่ชั้น 3 ปากซอยเมียงดง Myeongdong 10-gill เปิดเวลา 12.00 – 23.00 น. พระเอกของบุฟเฟ่ต์ร้านนี้คือ เนื้อหมูทั้ง 5 ประเภทและเนื้อวัวติดมันสไลด์ ในส่วนของสลัดบาร์ก็มีอาหารให้เลือกเยอะพอสมควร อาทิเช่น ผัดสด กิมจิ ข้าวผัด เกี๊ยวซ่า เครื่องดื่มก็จะมีน้ำเปล่าเย็นให้บริการฟรีส่วนเครื่องดื่มอื่นๆก็มีในเมนูให้เลือกสรรกันได้ตามใจชอบ ร้าน Hong Bar บุฟเฟต์ปิ้งย่างแห่งนี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 11,900 วอน คิดเป็นเงินไทยก็จะประมาณ 380 บาท ซึ่งราคานี้เมื่อเทียบกับคุณภาพและปริมาณอาหารที่มีให้เลือกในร้านนี้ถือว่าเป็นบุฟเฟ่ต์ที่คุ้มสุดๆเลย

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : รถไฟใต้ดินสถานี MyeongDong ทางออก 8 เลี้ยวซ้ายเดินไปตามทางถนนเมียงดง ร้านจะตั้งอยู่ในตึกชั้น 3 ปากซอย Myeongdong 10-gill มองขึ้นไปที่ตึกจะเห็นป้าย Hong Bar All You Can Eat ใช้เวลาเดินทางจากสถานีรถใต้ดินไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงร้านเลยจ้า / เบอร์โทรทางร้าน : 02.318.5892

2. ร้าน Korea Samgyetang

ร้านอาหารเกาหลี

ร้านนี้เปิดขายไก่ตุ๋นโสมเจ้าแรกในเกาหลี เริ่มต้นเสิร์ฟความอร่อยมาตั้งแต่ปี 1960 มีจุดเด่นคือโลโก้รูปไก่ 3 ขา โดยร้านนี้มี 2 สาขาด้วยกัน ส่วนสาขาที่จะมาแนะนำในวันนี้คือสาขาแรกหรือสาขาใหญ่ของทางร้านนั่นเอง จะตั้งอยู่เลขที่ 1 seosomun-ro 11-gill,Jung-gu ซึ่งแน่นอนเมนูเด่นของทางร้านก็จะเป็นไก่ตุ๋นโสมและมีเมนูเสริมมาคือไก่ย่างสูตรเด็ดของทางร้าน ในส่วนของไก่ตุ๋นโสมก็จะตุ๋นมาเนื้อนุ่มกำลังดีมีเครื่องเคียงเป็นหัวไช้เท้ากับกิมจิ ราคาเริ่มต้นที่ 15,000 วอน เสิร์ฟมาในโถแบบเดือดปุดๆกันเลยทีเดียว ส่วนไก่ย่างเมนูรองของทางร้านที่ได้รับความนิยมเช่นกัน ราคาอยู่ที่ตัวละ 16,000 วอน ไก่ย่างหนังกรอบเนื้อนุ่มกำลังดีเสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดของร้าน บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบเกาหลีร่วมสมัยมีหลายชั้น รองรับลูกค้าได้เยอะมาก

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : รถไฟใต้ดินออกจากสถานี City Hall ทางออก 10 เดินตรงไป 100 เมตร (ไม่เกิน 2 นาที ร้านอยู่หัวมุมถนน seosomun-ro 11-gill

3. ร้าน Maeun Galbiya

ร้านอาหารเกาหลี

ร้านนี้เอาใจคนชอบทานเนื้อวัวร้านนี้เป็นร้านขายสตูเนื้อวัวเผ็ดร้านตั้งอยู่ใกล้กับถนน Garosugil ซึ่งเป็นแหล่ง Shopping ของวัยรุ่น เมนูหลักคือสตูเนื้อวัวเผ็ดมีหลายขนาดให้เลือกทาน เนื้อวัวตุ๋นรสชาติจัดจ้านมีระดับความเผ็ดให้เลือก 5 ระดับ ด้านล่างจะมีวุ้นเส้นเกาหลี มาม่าเกาหลี ผัก ด้านบนโรยด้วยมอสซาเรลล่าชีส เสิร์ฟมาในกระทะตามขนาดที่เลือกทานแต่แรกวางมาบนเตาแก๊ส ขนาดที่เลือกมาให้ชมกันคือขนาด 2 คนทาน ราคาอยู่ที่ 33,000 วอน มาปิดท้ายมื้อนี้ด้วย Rice Balls (ข้าวลูกบอล ราคาอยู่ที่ลูกละ 3,000 วอน นิยมเอามาใส่กับซุปก้นหม้อ กินปิดท้ายม้อให้อิ่มท้องกันเลย ราคาโดยรวมมื้อนี้อยู่ที่ 36,000 วอน ถือว่าราคาค่อนข้างสูงแต่ถ้าเทียบกับรสชาติและปริมาณของอาหารก็ถือว่าคุ้มสุดๆเลยจ้า

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : ออกจากรถไฟใต้ดินสถานี Sinsa ทางออก 8 เดินตรงมาเห็นแยกเลี้ยวซ้าย ตรงไปอีกนิดเลี้ยวขวา เดินไปตามทางจะเจอร้านอยู่ทางซ้ายมือโดยมีป้ายหน้าร้านบ่งบอกอยู่ (การเดินทางจากสถานีไปร้านไม่เกิน 5 นาทีก็จะถึงหน้าร้านเลย

4. ร้าน James Cheese

ร้านอาหารเกาหลี

ซี่โครงหมูจิ้มชีสอาหารเกาหลีสุดฟินที่ห้ามพลาด ความหอมมันของชีสตัดกับความเผ็ดของซี่โครงหมูเผ็ดก็เข้ากันเป็นที่สุด ร้านนี้เป็นร้านรุ่นแรกๆ ที่นำชีสมาใส่ในกระทะร้อนๆทานคู่กับอาหาร สาขาแรกตั้งอยู่ในย่านฮงแด ในปัจจุบันมีมากถึง 113 สาขาทั่วเกาหลีใต้ มาถึงเมนูอาหารของร้านแน่นอนเมนูหลักสุดฮิตคงหนีไม่พ้นซี่โครงหมูจิ้มชีส เสิร์ฟมาในกระทะหลุมมีชีสวางตรงกลางพร้อมซี่โครงหมูตั้งมาบนเตาแก๊ส พอชีสเริ่มละลาย ทางร้านจะมีถุงมือให้ใส่ใช้มือหยิบซี่โครงหมูแล้วจิ้มชีสส่งเข้าปากได้เลยจ้า ในส่วนของเครื่องเคียงก็จะมีกิมจิ แตงกวาดอง หัวไช้เท้า เข้ากันสุดๆ เมนูใหม่มาแรงของทางร้านก็จะเป็น สะโพกไก่ซอสพริก จิ้มชีส แบบเดียวกับเมนูหลักแต่เปลี่ยนจากซี่โครงหมูเป็นสะโพกไก่แทน โดยสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ 4 ระดับ ราคาเริ่มต้นของทุกเมนูจะอยู่ที่ 7,000 – 12,000 วอน

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : สาขาฮงแด โดยรถไฟใต้ดินสถานี Hongik University ทางออก 8 เดินตรงมาเรื่อยๆจะเจอวงเวียนก็เดินไปทางซ้าย ตรงไปอีกนิดเดียวก็จะเจอร้านอยู่ทางซ้ายมือ ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 5 นาที สังเกตง่ายๆโดยมีรูปกระทะเป็นหลุมพร้อมด้วยซี่โครงหมูกับชีสขึ้นเป็นป้ายใหญ่อยู่ด้านหน้าร้าน

5. ร้านกาแฟ ขนม บรรยากาศชิลสบายๆ ร้านนี้มีชื่อว่า Ddong Café

ร้านอาหารเกาหลี

ตั้งอยู่ในห้างซัมซีกิล ย่านอินซาดง บรรยากาศภายในร้านโปร่งสบาย ตกแต่งร้านด้วยสีเอิร์ธโทน เน้นวัสดุที่ทำด้วยไม้ เมนูยอดฮิตของทางร้านก็จะเป็นวาฟเฟิลเสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีมชาเขียว ผลไม้สดและวิปครีม ชุดนี้ราคาอยู่ที่ 12,000 วอน ทานคู่กับชาร้อนนี่ฟินสุดๆไปเลย ร้านนี้เป็นที่ร่ำลือเรื่องไอศกรีมชาเขียวที่มีรสชาติหวานมัน กลมกล่อม แทรกด้วยรสชาติขมนิดๆ อร่อยฟินกันไปเลย การสั่งอาหารที่ร้านโยการที่เราสั่งเมนูที่เคาน์เตอร์พร้อมกับชำระงินให้เรียบร้อย แล้วไปจับจองที่นั่ง พนักงานก็จะส่ง Pager มาให้เรา เมื่อไรก็ตามที่ Pager เรืองแสงนั้นหมายความว่าของที่สั่งได้แล้วให้ไปรับที่เคาน์เตอร์ได้เลย

ร้านอาหารเกาหลี

วิธีการเดินทาง : รถไฟใต้ดินออกสถานี Anguk (สายสีส้ม #328) ทางออก 6 เดินตรงไปจนพบกับ Stone Jangseung Spirit-guardian (เสาหินที่คอยปกป้องหมู่บ้าน ให้เลี้ยวซ้ายก็จะเข้าสู่ถนนอินซาดง เดินเข้าไปในถนนนี้จะเห็นป้ายซัมซีกิล อยู่ทางซ้ายมือเป็นซอยเข้าไปและก็ถึงตึกซิมซีกิล โดยร้านจะอยู่ชั้นบนสุดของห้างซัมซีกิล (Ssamziegil)



เป็นยังไงกันบ้างคะ อาหารแต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้นเลยใช่ไหมล่ะ ถึงแม้ว่าโอปป้าตม.เกาหลีจะโหดร้ายกับเราเพียงใด แต่เรื่องอาหารเกาหลีเราสู้ตายมากนะบอกเลย ใครที่มีโอกาสไปเที่ยวเกาหลีก็อย่าลืมแวะไปทานอาหารตามร้านเหล่านี้นะคะ รับรองว่าอร่อยและราคาพอรับได้จริงๆ ติดตามบทความดีๆ จากประเทศเกาหลีได้อีกเร็วๆ นี้ค่ะ 🙂

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ

11.7.17 12:55, kommentieren

Werbung


แจกลายแทง! ที่เท


ถ้าพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายๆท่านก็คงจะนึกถึงโตเกียว เกียวโต สถานที่เที่ยวฮิตๆ วันนี้มาเปิดประสบการณ์กับเส้นทางใหม่กันดีกว่า “โอซาก้า” จะมีอะไรน่าสนใจ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปพร้อมกับ premiumworldtour.info กันดีกว่าค่ะ ..
ปราสาทโอซาก้า

1. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)





แน่นอนว่าต้องคุ้นชื่อกันมาบ้างแล้ว ปราสาทโอซาก้านับว่าเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คและปราสาทที่สวยที่สุดของโอซาก้าเลยค่ะ ใครมาต้องไม่พลาดที่แวะมาเช็คอิน
ใกล้ๆกับปราสาทโอซาก้า จะมีสวนนิชิโนมารุอยู่ใกล้ๆ ในช่วงเดือนเมษายน ที่เป็นช่วงของดอกซากุระผลิบานนั้น สวนนิชิมารุนี้ก็จะเต็มไปด้วยดอกซากุระบานและยังมองเห็นปราสาทโอซาก้า ได้มุมถ่ายรูปสวยๆไปอีกแบบค่ะ

ภายในจะเล่าถึงความเป็นมาของปราสาทแห่งนี้ รวมทั้งมีประวัติและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆของโชกุน ฮิเดโยชิโตโยโตมิ ผู้มีคำสั่งให้ก่อสร้างปราสาทโอซาก้าแห่งนี้ด้วยค่ะ ภายในปราสาทโอซาก้ามีหอคอยอยู่ 8 ชั้น แต่ละชั้นจะมีประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นที่แตกต่างกันออกไปค่ะ
ตามรอยลายแทงได้ที่ : https://goo.gl/8UehKe

2. ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน (Tempozan Giant Ferris Wheel)




สำหรับใครที่อยากชมวิวจากมุมสูงๆ ลองมาสัมผัสกับชิงช้าสวรรค์เท็มโปซานกันได้เลยค่ะ ยิ่งขึ้นช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินทั้งโรแมนติกและยังได้รูปวิวสวยๆอีกด้วย ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซานติดชิงช้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของญี่ปุ่นเชียว และมีความสูงถึง 112.5 เมตร
ในการนั่ง 1 รอบ กระเช้าก็จะหมุนอยู่ประมาณ 15 นาที เพื่อให้เราได้ชมวิว และเก็บบรรยากาศค่ะ ในระหว่างนั้นก็มีจะมีเสียงประกอบเป็นภาษาญี่ปุ่น ที่จุดสูงสุดของชิงช้าสามารถมองเห็นวิวได้แบบสุดลูกหูลูกตากันเลยทีเดียว
เที่ยวโอซาก้า
ชิงช้าตั้งอยู่ที่ฝั่งขวาชั้น 3 ของห้างสรรพสินค้า Tempozan Market Place โดยก่อสร้างขึ้นและเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาท่าเรือเท็มโปซาน จากเดิมที่นี่เคยเป็นท่าเรือมาก่อนค่ะ
ตามรอยลายแทงได้ที่ : https://goo.gl/F3qsF2

3. สะพานอาคาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo Bridge)



อีกลายแทงสุดเด็ดของเรานั่นก็คือ “สะพานอาคาชิไคเคียว” เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก มีความยาวถึง 3,991 เมตรเลยทีเดียว สะพานอาคาชิไคเคียวเชื่อมต่อระหว่างเกาะฮอนชูและเกาะอะวะจิซึ่งเกาะทั้งคู่เป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดเฮียวโก
สะพานอาคาชิไคเคียวโอซาก้า
ในยามเย็นก็จะได้ชมสีสันสวยๆจากสะพานด้วยค่ะ และในบริเวณนั้น ยังมีสวนสาธารณะไมโกะโคอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเลยไม่นั่งเล่น รับลมบรรยากาศดีๆ
ตามรอยลายแทงได้ที่ : https://goo.gl/SB231d

4. ศาลเจ้าเทนมานกุแห่งโอซาก้า (Osaka Tenmangu Shrine)





ศาลเจ้าเทนมานกุแห่งโอซาก้า ศาลเจ้ายอดนิยมของนักเรียน นักศึกษาจะนิยมมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องการเรียน การสอบ และนักธุรกิจ แม่ค้า พ่อค้า ก็จะนิยมมาขอพรเรื่องการค้าขายค่ะ
เที่ยวโอซาก้า
ศาลเจ้าเทนมานกุแห่งโอซาก้า ถูกสร้างในศตวรรษที่ 10 และเคยถูกไฟไหม้มาแล้วหลายครั้ง ศาลเจ้าเทนมานกุจะมีอยู่เยอะแยะมากมายตามสถานที่ต่างๆของญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นเพื่อศักการะบูชาท่าน สุกาวาระ มิชิซาเนะ หลังจากที่ท่านเสียชีวิตได้ที่กลายเป็นเทพเทนจินหรือเทพแห่งปัญญาที่ชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ
ตามรอยลายแทงได้ที่ : https://goo.gl/dFVCPD

5. ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอเจแปน (Universal Studio Japan)




ใครมีความฝันว่า.. “ต้องไปขี่ไม้กวาดที่ ฮอกวอตส์ ให้ได้” อยากจะกระซิบบอกว่าที่นี่แหละ ที่ทำให้ฝันเป็นจริงได้ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ “Universal Studio Japan” ที่ตั้งอยู่ ณ เมืองโอซาก้า
universal studio japan
รู้หรือเปล่า..ว่าโซนไหนใน Universal Studio Japan ฮิตสุดๆ ก็คงหนีไม่พ้นเมืองเวทมนตร์อย่างโซนแฮร์รี่พ็อตเตอร์ค่ะ ที่เพิ่งสร้างเสร็จในปี 2014 ที่ผ่านมา นอกจากโซนแฮร์รี่พ็อตเตอร์แล้ว ก็ยังมีโซนอื่นๆที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น มินเนี่ยน สไปเดอร์แมน และโซนอื่นๆก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กันค่ะ หากใครสนใจมาเที่ยวแนะนำเลยว่าต้องหาเวลาว่างสัก 1 วันเต็มๆกันไปเลย และมีการแสดงขบวนพาเหรดซึ่งคนจะมาดูเยอะมากเลยค่ะ และของเล่นที่นี่ก็มีให้เลือกเยอะสุดๆ สนุกสะใจกันไปทุกวัย พาครอบครัว หรือพาเพื่อนๆชาวแก๊งค์มาเที่ยวก็ไม่มีเบื่อกันแน่นอนค่ะ
ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอญี่ปุ่น
ภายในสวนสนุก Universal Studio Japan ก็ยังมีร้านขายของฝาก ร้านขายของเล็กๆน้อยๆ และมีร้านอาหารไว้ให้นักท่องเที่ยวเลือกกันได้ตามสบายเลย
ตามรอยลายแทงได้ที่ : https://goo.gl/sDTwS7
เป็นไงบ้างคะเพื่อนๆ มีใครอยากไปตามรอย premiumworldtour.info บ้าง อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆและครอบครัวช่วยกันเมมโลเคชั่นนะคะ เพราะถ้าอ่านคนเดียว จำคนเดียวเดี๋ยวจะไปไม่หมดจ้า ใครไปเที่ยวตามรอยแล้วอย่าลืมมารีวิว และถ่ายรูปสวยๆมาให้ชมบ้างนะคะ : )
ข้อมูลและรูปภาพ : premiumworldtour.info

8.7.17 09:14, kommentieren

Werbung